อาหารผู้ป่วย สำหรับโรคไตเรื้อรังที่ได้รับการฟอกเลือด

อาหารผู้ป่วย สำหรับโรคไตเรื้อรังที่ได้รับการฟอกเลือด ไต ทำหน้าที่ผลิตปัสสาวะเพื่อช่วยกำจัดของเสียออกจากร่างกายโดยเฉพาะจากโปรตีนในอาหารทั้งยังควบคุมการเป็นกรดหรือด่างในเลือด ควบคุมสมดุลของน้ำและเกลือแร่ในร่างกาย และยังสร้างฮอร์โมนที่เกี่ยวข้องกับการสร้างเม็ดเลือดแดง และสร้างวิตามินดีที่เกี่ยวข้องกับกระดูก นอกจากนี้ไตทำหน้าที่คล้ายตัวกรองน้ำ ไตเสื่อมก็เหมือนกับรูกรองน้ำตัน

การฟอกเลือด คือการนำเลือดออกจากร่างกายผ่านเข้าเครื่องฟอกเลือด เพื่อกำจัดของเสียปรับระดับเกลือแร่ และปรับดุลของน้ำหลังจากนั้นจึงนำเลือดกลับเข้าสู่ร่างกายผู้ป่วย เป็นการแลกเปลี่ยนของเสีย เกลือแร่ ระหว่างเลือดกับน้ำยาฟอกเลือดโดยผ่านทางตัวกรอง

ผู้ป่วยโรคไตที่ได้รับการฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม (Hemodialysis) ควรรับประทานอาหารอย่างไร

ผู้ป่วยที่ได้รับการรักษาด้วยการฟอกเลือดด้วยไตเทียม จะต้องฟอกเลือดประมาณสัปดาห์และ 2 – 3 ครั้ง ๆ ละ 4-6 ชั่วโมง ซึ่งต่างกับไตธรรมชาติที่ทำหน้าที่ 24 ชั่วโมง ทำให้ผู้ป่วยที่ได้รับการรักษาด้วยการฟอกเลือดด้วยไตเทียมยังมีของเสียคั่งอยู่มากโดยเฉพาะผู้ที่ทำการฟอกเลือดสัปดาห์ละ 2 ครั้ง ๆ ละ 4 ชั่วโมง ของเสียที่คั่งอยู่ได้แก่ สารโพแทสเซียม โซเดียม ฟอสเฟตและน้ำ จึงต้องจำกัดสารเหล่านี้ ส่วนสารโปรตีนมักได้ไม่เพียงพอ ผู้ป่วยจึงต้องรับประทานอาหารที่ให้โปรตีนเพิ่มขึ้น เนื่องจากในการฟอกเลือดแต่ละครั้งจะมีการสูญเสียกรดอะมิโน ซึ่งเป็นส่วนประกอบของโปรตีน10 – 13 กรัม นอกจากนี้การฟอกเลือดยังกระตุ้นให้มีการสลายกล้ามเนื้อและเนื้อเยื่อต่าง ๆ ในร่างกายเพิ่มขึ้น

สารโปรตีนคืออะไรLow-Fat-High-Protein-Diet
โปรตีนเป็นสารอาหารที่จำเป็นในการเสริมสร้างเนื้อเยื่อ และซ่อมแซมเซลล์ต่าง ๆ ในร่างกาย ช่วยให้ร่างกายเจริญเติบโตแข็งแรง มีภูมิต้านทานโรค เป็นส่วนประกอบของเซลล์ต่างๆกล้ามเนื้อฮอร์โมนเลือด ฯลฯสารโปรตีนมีมากในเนื้อสัตว์ เช่น เนื้อหมู ไก่ ปลา เนื้อสัตว์ไม่ติดมันรวมทั้งไข่ เนื้อสัตว์เป็นแหล่งสำคัญของสารอาหาร

โปรตีน ซึ่งจำเป็นในการเสริมสร้างร่างกายและภูมิคุ้มกันโรค ผู้ป่วยที่ฟอกเลือดด้วยไตเทียมจึงต้องรับประทานเนื้อหมู ไก่ ปลา และไข่ขาวให้เพียงพอ เพราะนอกจากใช้ในการเสริมสร้างร่างกายแล้ว ยังต้องชดเชยส่วนที่สูญเสียไปในการฟอกเลือดแต่ละครั้งอีกด้วย จึงควรได้รับเนื้อสัตว์สุก 40 –50 กรัม (3-4 ช้อนโต๊ะ) ในแต่ละมื้อ ร่วมกับรับประทานไข่ขาววันละ 2 ฟอง แต่ถ้ารับประทานอาหารจำพวกเนื้อสัตว์มากเกินไปก็จะยังคงมีของเสียมาก เนื่องจากไตเทียมสามารถเอาของเสียออกได้เพียง 10.0 เปอร์เซ็นต์ของไตธรรมชาติเท่านั้น ดังนั้นควรรับประทานในปริมาณที่แนะนำ

รับประทานข้าว และอาหารจำพวกแป้งอื่น ๆ ได้เท่าไร

ข้าว ก๋วยเตี๋ยว บะหมี่ ขนมจีน ขนมปัง ข้าวโพด เผือก มัน เป็นอาหารที่ให้พลังงานเป็นหลัก ผู้ป่วยจำเป็นต้องได้รับให้เพียงพอเพื่อป้องกันมิให้ร่างกายนำสารโปรตีนมาใช้เผาผลาญเป็นพลังงาน ซึ่งจะทำให้โปรตีนที่ได้รับไม่สามารถใช้ไปในการเสริมสร้างร่างกาย และเกิดภาวะขาดโปรตีนและพลังงานได้

ผักที่สามารถรับประทานได้

ผักอุดมไปด้วยวิตามิน และเกลือแร่หลายชนิด ได้แก่ เบต้า – แคโรทีน ผู้ป่วยที่ได้รับการรักษาด้วยการฟอกเลือดด้วยไตเทียมมักมีการสูญเสียวิตามินที่ละลายในน้ำไปกับการฟอกเลือด การรับประทานผักจะช่วยให้ได้รับวิตามินเพิ่มขึ้นและใยอาหารช่วยในการขับถ่ายดีขึ้น ในผักใบเขียวเข้ม และสีส้มมีสารโพแทสเซียมสูง และผู้ป่วยมักมีปัญหาขับถ่ายโพแทสเซียมได้น้อย จึงควรเลือกรับประทานผักที่มีโพแทสเซียมต่ำและควรลวก หรือต้มผักให้สุก เช่น ฟักเขียวสุก แตงกวา บวบสุก ผักกาดขาวปลีสุก ถั่วฝักยาวสุก ถั่วงอกสุก เป็นต้น

ผลไม้อะไรที่ทานได้

ผลไม้มีวิตามินซี เกลือแร่ ใยอาหาร แต่ผลไม้มีโพแทสเซียมสูง ผู้ป่วยควรเลือกรับประทานผลไม้ที่มีโพแทสเซียมต่ำ เช่น ลองกอง ชมพู่ เงาะ แอปเปิ้ล องุ่น มังคุด แตงโม เป็นต้น

อาหารที่ควรหลีกเลี่ยง

ถั่วเมล็ดแห้งหรือเมล็ดพืชควรหลีกเลี่ยงเพราะมีโพแทสเซียมสูง และฟอสฟอรัสสูงด้วยผู้ป่วยที่รักษาด้วยการฟอกเลือดด้วยไตเทียมมักมีปัญหาการขับถ่ายฟอสเฟตได้น้อย ทำให้มีระดับฟอสฟอรัสในเลือด และแคลเซียมในเลือดต่ำ ซึ่งจะกระตุ้นให้ฮอร์โมนจากพาราไทรอยด์หลั่งออกมา ทำให้มีการสลายแคลเซียมจากกระดูกเพิ่มขึ้น เป็นผลให้กระดูกเสื่อมมีภาวะปวดกระดูก กระดูกเปราะหักงาย ดังนั้นผู้ที่ฟอกเลือดด้วยไตเทียม จึงควรหลีกเลี่ยงถั่วเมล็ดแห้ง เมล็ดพืชต่าง ๆ เต้าหู้ทุกชนิด น้ำอัดลมที่มีสีเข้ม เค้กและพาย

อาหารที่มีรสเค็มจัด สามารถรับประทานได้บ้าง หรือไม่

ผู้ป่วยเมื่อฟอกเลือดนานเข้าอาจไม่มีปัสสาวะ และผู้ป่วยทำการฟอกเลือดเพียงสัปดาห์ละ 2 – 3 ครั้ง จึงอาจมีสารโซเดียม และน้ำคั่งในร่างกายเกิดอาการบวมน้ำ ความดันโลหิตสูงขึ้น ถ้าบวมมากอาจเกิดภาวะหัวใจล้มเหลว ผู้ป่วยจึงควรจำกัดอาหารที่มีโซเดียมมากมักมีเกลือมาก และมีรสเค็มจัด เมื่อผู้ป่วยรับประทานอาหารเค็ม หรือรสจัดมาก ก็จะหิวน้ำ ดื่มน้ำมาก เมื่อขับถ่ายโซเดียมได้น้อยก็จะมีการกักเก็บน้ำไว้ตามเนื้อเยื่อทำให้บวม ความดันโลหิตสูงขึ้นเกิดอันตรายได้ผู้ป่วยจึงควรรับประทานอาหารรสอ่อนเค็มและหลีกเลี่ยงอาหารรสเค็มจัด เช่น น้ำปลา ซีอิ้วขาว ซอสปรุงรส ซอสหอยนางรม เต้าเจี้ยว ซอสพริก ซอสมะเขือเทศ หรืออาหารหมักดอง ที่ใช้เกลือในการถนอมอาหาร เช่น ไข่เค็ม กะปิ เต้าหู้ยี้ ปลาเค็ม แหนม ผักดองเปรี้ยว ผลไม้ดอง เป็นต้น

ตัวอย่างอาหารโปรตีน 60 กรัม/ 1 วัน

หมวดอาหาร เช้า กลางวัน เย็น

เนื้อสัตว์และไข่ 4 ช้อนโต๊ะ 4 ช้อนโต๊ะ 4 ช้อนโต๊ะ

ข้าวและแป้ง 2 ทัพพี 2 ทัพพี 3 ทัพพี

ผัก 1 ทัพพี 1 ทัพพี 1 ทัพพี

ผลไม้ 1 ส่วน – 1 ส่วน

น้ำมันพืช 3 ช้อนชา 3 ช้อนชา 4 ช้อนชา

น้ำตาล 2 ช้อนชา 2 ช้อนชา 2 ช้อนชา

แป้งปลอดโปรตีน – 1 ทัพพี –

© 2021 sport news & lifestyle | Theme: Storto by CrestaProject WordPress Themes.